Tuesday, 27 February 2024

รวบแก๊งต้มตุ๋น ปลอมเป็นพระ หลอกชาวบ้าน ทำพิธีให้เลขเด็ด เก็บค่ายกครูหลักหมื่น


รวบแก๊งต้มตุ๋น ปลอมเป็นพระ หลอกชาวบ้าน ทำพิธีให้เลขเด็ด เก็บค่ายกครู คนละ 499 บาทก่อนให้จ่ายเพิ่มถึงหลักหมื่น พร้อมให้ดื่มน้ำสาบานแก้วเดียวกัน ห้ามไปบอกใคร ไม่งั้นจะมีอันเป็นไป

วันที่ 24 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีชาวบ้านที่ ต.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ถูกแก๊งต้มตุ๋น ปลอมตัวเป็นพระ อ้างเป็นพระอาจารย์ดัง สามารถทำพิธีขอหวยได้ อีกทั้งมีหน้าม้า แสดงตัวบอกว่าเคยได้เลขเด็ด และถูกรางวัลมาแล้ว ทำให้มีชาวบ้านหลงเชื่อหลายราย เสียค่ายกครู 499 ต่อคน

ต่อมา วันที่ 20 ธ.ค. แก๊งต้มตุ๋น ได้หลอกพาเหยื่อไปทำพิธีขอหวย ที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.ศรีเทพ แต่ต้องจ่ายเพิ่มหลักหมื่นต่อคน ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกเอะใจ จึงขอความช่วยเหลือจากคนที่รู้จัก และให้พาเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ที่ สภ.ศรีเทพ เพื่อเข้าตรวจสอบพฤติกรรม กลุ่มคนดังกล่าว รวม 5 คน

ต่อมาเมื่อวานนี้ คือ วันที่ 23 ธันวาคม 2566 ทราบว่ากลุ่มคนดังกล่าว ยังมีการเคลื่อนไหว อยู่ในพื้นที่ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ทางด้าน พ.ต.ต.มนัส กาญจนรัชต์ สว.สส. สภ.ศรีเทพ พร้อมชุดสืบสวน จึงได้วางแผน และออกติดตาม จนพบรถยนต์ของผู้ต้องสงสัย จำนวน 2 คัน ที่บริเวณ ถนนสายบ้านหนองบัวเริง-บ้านนาตะกรุด อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์

จากนั้น จึงได้เข้าแสดงตัว พร้อมขอตรวจรถยนต์ทั้ง 2 คัน คือ 1.รถยนต์กระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน บพ 4192 มหาสารคาม มีนายสินเจริญ สีขาว อายุ 78 ปี เป็นคนขับ เป็นชาว ต.บ้านกร่าง อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย และมีชาย 1 คน แต่งกายเลียนแบบพระ คือนายรุ่งทิวา ศรีนนท์ม่วง อายุ 63 ปี เป็นชาว ต.เมืองบัว อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด

และ 2.รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีเทา ทะเบียน 5 กญ 2752 กทม. มีนางวราพรรณ ไชยลาด อายุ 59 ปี เป็นคนขับ เป็นชาว ต.นิยมชัย อ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี และมี น.ส.ปิยภรณ์ พิมพ์สุด อายุ 35 ปี นั่งข้างคนขับ เป็นชาว ต.บ้านโสก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ และมีนายจันที ขานพล อายุ 65 ปี นั่งเบาะหลัง เป็นชาว ต.แจ้งแก อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม

จึงได้เชิญตัว ทั้ง 5 คน ไปสอบสวนที่ สภ.ศรีเทพ ซึ่งทั้ง 5 คน ยอมรับว่าขับรถยนต์ตะเวนทำทีหาซื้อรกแมว โดยอ้างว่า จะซื้อรกแมว ไปทำพิธีขอหวย เมื่อมีชาวบ้านสนใจ ก็จะชวนไปร่วมพิธีขอเลขเด็ด โดยมีค่ายกครู ในการทำพิธีขอหวยดังกล่าวจริง ซึ่งต่อมาทางด้านแก๊งต้มตุ๋น ได้มีการขอเจรจาไกล่เกลี่ยกับทางผู้เสียหาย และยอมชดใช้เงินจำนวนหนึ่งให้กับผู้เสียหาย

แต่สำหรับ นายรุ่งทิวา ศรีนนท์ม่วง เจ้าหน้าที่ตำตรวจ ได้ดำเนินแจ้งในข้อหา แต่งกาย หรือใช้เครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นภิกษุ สามเณร หรือนักบวชในศาสนา โดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่น เชื่อว่าตนเป็นเช่นนั้น และส่งพนักงานสอบดำเนินคดีตามกฎหมาย

และ น.ส.ปิยภรณ์ พิมพ์สุด ในข้อหา “ขัดขืนคำบังคับตามกฎหมายของพนักงานสอบสวน ซึ่งให้มาเพื่อให้ถ้อยคำ” และประสานให้ สภ.หล่มสัก เดินทางมารับตัวเพื่อนำตัวไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป เนื่องจากมีหมายจับเดิมอยู่ที่ สภ.หล่มสัก

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบผู้เสียหายที่ถูกแก๊งต้มตุ๋นหลอกไปทำพิธีกลางป่า ในเขต อ.ศรีเทพ คือ นางกรรณพร สรรคพงษ์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 155 หมู่ที่ 1 ต.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ โดยเปิดเผยว่า ก่อนหน้าที่มีแก๊งต้มตุ๋นที่เป็นหน้าม้า มาหาที่บ้านเพราะตนมีรกแมว อ้างว่ามาหารกแมวไปทำพิธีขอเลขเด็ดกับพระอาจารย์ ซึ่งตนเคยถูกรางวัลมาแล้วหลายแสน แต่เจ้าของรกแมวต้องเดินทางไปด้วย

ด้วยความเชื่อในด้านนี้ ตนกับสามีจึงอยากลองไปดูเผื่อมีโชคลาภ โดยได้ชวนเพื่อนบ้านอีกคนไปด้วยคือ นางอภิชา เชื้ออ่อน อายุ 53 ปี ซึ่งมีรกแมว ไปด้วยกัน รวม 3 คน

เมื่อเดินทางไปถึงจุดนัดหมาย รถหน้าม้าก็ขับนำทางพาตนไปแถวๆ วัดป่าแห่งหนึ่งใน อ.ศรีเทพ ซึ่งเป็นที่พระอาจารย์ปักกลดอยู่ เมื่อเดินเข้าไปก็เจอพระจริงๆ ใกล้ๆ ยังมีจอมปลวกและมีธูปปักไว้ คล้ายมีคนเคยมาทำพิธี

เมื่อนายรุ่งทิวา ศรีนนท์ม่วง ที่ปลอมเป็นพระเห็นตน ก็ทักเรื่องครอบครัวตนขึ้นมาทันที ซึ่งทุกอย่างตรงหมด จนตนขนลุกว่ารู้ได้ยังไง ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเคยพบหน้ากันครั้งแรก มารู้ภายหลังว่าก่อนหน้านี้มีหน้าม้าเข้าไปถามประวัติตนกับแม่ที่บ้านนี่เอง จากนั้นก็ให้พวกเสียค่ายกครู คนละ 499 บาทต่อคน พร้อมให้ดื่มน้ำสาบานแก้วเดียวกัน ห้ามไปบอกใคร ไม่งั้นจะมีอันเป็นไป อีกทั้งห้ามพวกตนถ่ายภาพ และให้ปิดมือถือ เพราะจะเป็นการรบกวนการทำพิธี

สักพักก็บอกพวกตนว่า วันนี้ยังไม่ได้เลขนะ ให้กลับมาใหม่ในวันพรุ่งนี้ และให้ตนนำเงินสดมา 30,000 บาท สามีตน 30,000 บาท และนางอภิชา 70,000 บาท มาวางเพื่อทำพิธีขอเลขเด็ด จากนั้นพวกตนก็เดินทางกลับบ้าน แต่ไม่เห็นรถคนที่พามาขับตามออกมา จึงรู้สึกแปลกๆ จึงขับวนกลับไปดู ปรากฏไม่เจอใครแล้ว จึงเข้าไปถามพระที่วัด พระที่วัดบอกว่าไม่เคยมีพระจากที่อื่นมาทำพิธีขอเลขแถวนี้ จึงมั่นใจว่าโดนหลอกแน่ๆ

จากนั้นจึงเดินทางกลับบ้าน พร้อมวางแผนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับตัวแก๊งต้มตุ๋นดังกล่าว และไม่น่าเชื่อหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวได้ เจ้าตัวบอกว่าทำมานานแล้วตั้งแต่รุ่นพ่อ ทำเป็นอาชีพ และเคยหลอกเงินชาวบ้าน ได้มากสุดถึง 85,000 บาท เมื่อถามว่าตอนนั้นกลัวไหมที่เข้าไปในป่าทำพิธี ตอบเลยว่ากลัว กลัวโดนหลอกไปฆ่า แต่ก็พยายามส่งพิกัดตัวเองให้ลูกเป็นระยะๆ

ขณะที่ นางอภิชา เชื้ออ่อน อายุ 53 ปี ผู้เสียหายอีก 1 คน เปิดเผยว่า เมื่อก่อนที่บ้านตนมีจอมปลวกใหญ่แล้วตนไปรื้อเขาออก และมีพระบอกว่าชีวิตตนจะตกต่ำ อาจถึงตายได้ ซึ่งที่ผ่านมาตนก็พยายามหาวิธีแก้ แต่ไม่มีใครแก้ได้ จนกระทั่งมาพบกับนายรุ่งทิวา ศรีนนท์ม่วง ที่ปลอมตัวเป็นพระ บอกว่าสามารถแก้อาถรรพ์ให้ได้ พร้อมให้เลขเด็ด 2 ตัวไปปลดหนี้แค่ ต้องใช้เงินเยอะถึง 70,000 บาท มาทำพิธี ตนจึงรีบตอบทันทีว่าได้ เดี๋ยวตนไปกู้มาให้ได้ ขอแค่ให้ตนพ้นเคราะห์กรรมนี้ และสามารถปลดหนี้ได้ แต่โชคยังดีที่พวกตนมารู้ตัวกันเสียก่อน ว่าโดนหลอก ไม่อย่างนั้นพวกตนอาจเสียเงินแถมยังเป็นหนี้อีก



Source link